Share on
“ความจริง” บางครั้งอาจเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ แต่การเผชิญหน้ากับความจริงนั้นเป็นก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
ในวันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันพูดความจริง (Tell the Truth Day) วันพิเศษที่ไม่ได้ขอให้เราพูดความจริงกับคนอื่นเท่านั้น
แต่ชวนให้เรากล้ามองเข้าไปข้างใน และพูดความจริงกับตัวเองในเรื่องที่บางครั้งเราเองก็เงียบใส่มันมานาน พี่เชฟก็เลยอยากชวนทุกคนมาร่วมกันทบทวนและยอมรับความจริงเกี่ยวกับ “ความเสี่ยงบนท้องถนนของประเทศไทย” เพื่อที่เราจะได้ร่วมมือกันหาทางป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
ความจริงที่ต้องเผชิญ
- ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยวันละ 48 ราย โดยในปี 2566 มีผู้เสียชีวิตกว่า 17,000 ราย
- ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 5% เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ แต่มีเพียง 43% เท่านั้นที่สวมหมวกนิรภัย
- เด็กไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยปีละ 2,693 คน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
- อุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บมากถึง 284,253 ราย คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียสูงถึง 7 แสนล้านบาท
มาทบทวน 5 พฤติกรรมบนท้องถนนที่ “ทำกันจนชิน”
พฤติกรรมที่บางครั้งเราอาจคิดว่าเล็กน้อย แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริง มันไม่เคยเล็กเลยสักครั้งเดียว
1. ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด
บอกตัวเอง : “เราคุมรถได้อยู่แล้ว…สบายมาก”, “ขับรถมานานแล้ว ยังไงก็ไม่มีพลาด”
ความจริง : ความเร็วลดระยะเวลาตอบสนองของเรา และเพิ่มความรุนแรงของอุบัติเหตุทันทีที่เกิดเหตุ
เปลี่ยนความคิด : ลองตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่า “จะถึงให้ปลอดภัย ไม่ใช่แค่ถึงให้ไว” ออกเดินทางให้เผื่อเวลาไว้เสมอ เพราะการถึงช้าหน่อย ยังดีกว่าไม่ถึงเลย
2.ไม่ใส่หมวกกันน็อก / ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
บอกตัวเอง : “ไม่ต้องคาดเข็มขัดหรอก เพราะไม่ได้ขับเร็ว ขับไปแค่นี่ไม่มีอะไรหรอก”, “ปากซอยเอง ไม่ต้องใส่หรอกหมวกกันน็อกหรอก แปบเดียวเอง”
ความจริง : อุบัติเหตุไม่เคยเลือกระยะทาง และการบาดเจ็บสาหัสจาก “ระยะใกล้บ้าน” เกิดขึ้นทุกวัน
สร้างนิสัย : คาดเข็มขัดนิรภัย ใส่หมวกกันน็อก ให้เป็นเรื่องปกติธรรมดาก่อนสตาร์ทรถ ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลแค่ไหน
3. ง่วงแต่ยังฝืนขับ
บอกตัวเอง : “เหนื่อย ง่วงแล้ว แต่ทนอีกนิด ขับอีกหน่อย เดี๋ยวก็ถึง”
ความจริง : อาการหลับในมาไว ไม่เตือน และมักเกิดในช่วง “นาทีก่อนถึง” ที่เราชะล่าใจที่สุด
จะแก้ยังไง : หยุดพักเถอะ ถ้าง่วง…ชีวิตคุณและคนอื่นมีค่าเกินกว่าจะเสี่ยง หากรู้สึกง่วงแม้เพียงเล็กน้อย ให้จอดพัก งีบสั้น ๆ หรือเปลี่ยนคนขับทันที อย่าเสี่ยงขับต่อ เพราะถ้าร่างกายบอกว่าไม่ไหว มันก็คือไม่ไหว
4. เล่นมือถือระหว่างขับรถ
บอกตัวเอง : “แค่เหลือบดูนิดเดียวเอง…ไม่เป็นไรหรอก”, “ถนนว่าง ๆ อยู่ แว้บมาดู Noti สักทีละกัน”
ความจริง : แค่ละสายตาเพียง 2 วินาที อาจทำให้เราไม่ทันเบรก ไม่ทันเห็นคนเดินถนน หรือรถที่ตัดหน้า
เปลี่ยนความคิด : ใช้ที่วางมือถือให้มอง GPS ได้โดยไม่ละสายตา หรือหยุดรถในที่ปลอดภัยหากต้องใช้งานจริง ๆ และปิดการแจ้งเตือนแอปแชทระหว่างขับรถ ช่วยตัดสิ่งรบกวนได้มาก
5. ฝ่าไฟแดง หรือเร่งตอนไฟเหลือง
พูดความจริง : “ไฟแดงนานจัง ไม่อยากรอแล้ว มันนาน” / “ไฟเหลืองแล้ว ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวไม่ทัน”
ความจริงคือ : ไฟเหลืองคือสัญญาณให้ชะลอ ไม่ใช่เร่งเพื่อ “แย่งเสี้ยววินาทีสุดท้าย”
เปลี่ยนมุมมอง : “การหยุดคือการป้องกัน” ไม่ใช่การเสียเวลา ต้องชะลอเมือเห็นไฟเหลือง และมองทุกแยกไฟจราจรเป็นพื้นที่ร่วมของทุกชีวิต
ความกล้าที่ยิ่งใหญ่ คือ “กล้ายอมรับว่าตัวเองยังประมาท”
ถนนจะปลอดภัยขึ้น ไม่ใช่เพราะเราขับเก่งขึ้น แต่เพราะเรา กล้ายอมรับว่ามีจุดที่ต้องแก้
พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เรามองข้ามทุกวัน อาจเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียได้ในวันหนึ่ง
7 กรกฎาคมนี้ อย่าให้วันพูดความจริงเป็นแค่วันธรรมดาในปฏิทิน แต่ให้เป็นวันที่เรายอมรับความจริง แล้วเริ่มต้นใหม่ด้วยการขับขี่อย่างมีสติ สุภาพ และปลอดภัยขึ้น
พูดความจริงวันนี้…เพื่อเปลี่ยนให้ถนนปลอดภัยในวันพรุ่งนี้กันนะครับ ด้วยรักและห่วงใยจากพี่เซฟ ^^
ที่มา:
– สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนประเทศไทย (หน้า 25-26), กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
– คู่มือผู้จัดการเรียนรู้ “ทักษะคิด การเอาชีวิตรอดภัยบนท้องถนน” (หน้า 39-51), Thailand Safe Youth (TSY Program)
– ขับขี่ปลอดภัย by DLT, https://shorturl.asia/lMwSp, https://shorturl.asia/p0Dib
– กรุงเทพธุรกิจ, https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/entertainment/1077323