ก้าวสำคัญของครู จุดเริ่มต้นของถนนที่ไม่มีน้ำตา

ก้าวสำคัญของครู จุดเริ่มต้นของถนนที่ไม่มีน้ำตา

Share on

ก้าวสำคัญของครู จุดเริ่มต้นของถนนที่ไม่มีน้ำตา

เป็นภาพคุ้นและชินตา ที่เรามักเห็นเด็กเล็กซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์โดยไม่สวมหมวกน็อก ผู้ปกครองหลายคนยังมีความคิดว่า “แค่ไปส่งโรงเรียนใกล้บ้าน” ไม่น่าจะเป็นอะไร และนี่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการสูญเสีย

พี่เซฟมีคำถามช่วยให้คิดครับ “ทำไมเด็กต้องใส่หมวกกันน็อกแค่ตอนขี่ไกล?” หรือ “ทำไมถึงคิดว่า ‘ใกล้บ้าน’ แล้วจะปลอดภัยเสมอ?” หากเราได้ย้อนทบทวนดูสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในรอบทศวรรษที่ผ่านมา จะพบว่า กว่า 70% ของอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ที่ทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิต เกิดในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากบ้าน และในปี 2565 พบว่า 86% ของผู้เสียชีวิตไม่สวมหมวกน็อก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น นอกจากนี้ยังมีอีกกลุ่มที่เจ็บหนัก นั่นก็คือ “เด็กเล็ก”

และเพื่อไม่ให้เสียไซเรนบนท้องถนนเป็นเสียงคุ้นหู และเกิดรอยน้ำตา ห้องเรียนทัศนศึกษาครั้งนี้ จะพาทุกคนไปเรียนรู้การทำงานของ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน กับก้าวสำคัญของครูอ้อย และครูกุ้ง ครูประจำศูนย์ฯ โดยไม่ได้เริ่มต้นจากงบประมาณ แต่เป็นการเริ่มต้นจากความห่วงใยที่สังเกตุเห็นว่าเด็ก ๆ ที่มาเรียนไม่ได้ใส่หมวกกันน็อกเลย นอกจากนี้ยังมีความท้าทายในความคิดด้วยว่า “ครั้งแรกที่ทีมจากมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อท้องถิ่นมาชวนคุณครูทำวิจัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ตัวครูเองก็ไม่มั่นใจเลย คิดว่าตัวเราจะทำได้หรอ เราเป็นเพียงครูศูนย์เด็กเล็กเอง…แต่มาลองปรึกษากันในกลุ่มครู ก็คิดว่า ถ้าเราไม่ทำ ใครจะทำ ก็คิดว่าเราทำเพื่อเด็ก เพราะเขาเป็นลูกหลานของคนในชุมชนเราทั้งนั้น”

การร่วมทำงานวิจัยครั้งนี้ ทำให้คุณครูทุกคนมองเห็นภาพปัญหาการเกิดอุบัติเหตุในชุมชนอย่างชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น

โดยปัญหาที่พบแบ่งเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1.ปัญหาจุดเสี่ยงบริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
2.ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ปกครอง
3.ปัญหาการจัดการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยทางถนน

ซึ่งมากกว่าการมองเห็นปัญหาของชุมชน คือ การที่คุณครูผู้ร่วมวิจัยรู้สึกผูกพันและเป็นเจ้าของพื้นที่อย่างลึกซึ้ง ประสบการณ์ในการทำงานวิจัยชิ้นนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้้นในการสร้าง “ทีมหลัก” หรือ Core Team ผู้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน

ก้าวสำคัญของครู จุดเริ่มต้นของถนนที่ไม่มีน้ำตา

ในปี 2560 เกิดการระดมความคิดในการสร้างมาตรการ ซึ่งครังนี้เป็นการคืนข้อมูลให้กับผู้ปกครองโดยตรง เครื่องมือแรกที่นำมาใช้ คือ การทำข้อตกลง หรือ MOU ร่วมกันระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครองและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยระบุชัดเจนให้ผู้ปกครองทุกคนที่เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ ต้องสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่เดินทางมารับส่งเด็ก ๆ ที่ศูนย์ฯ หากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวนี้ ผู้ปกครองยินดีให้ปรับเงินเป็นจำนวน 20 บาท ต่อครั้ง ทั้งนี้เอง

ก้าวสำคัญของครู จุดเริ่มต้นของถนนที่ไม่มีน้ำตา

การสร้างข้อตกลงร่วมอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่่ใช่การบังคับเพียงแค่ทางเดียวแต่ต้องเอื้อให้ผู้ปกครองมีบทบาทเป็นผู้ร่วมสร้างกติกา คุณครูเป็นเพียงที่ปรึกษา ผ่านมาหลายปี เงินกองทุนที่ได้ แปรเปลี่ยนไปเป็นหมวกกันน็อกใบใหม่สำหรับเด็ก ๆ ที่ขาดแคลน รวมถึงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของศูนย์์ เช่น การตีเส้นจราจรบริเวณหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลป่าสัก

ก้าวสำคัญของครู จุดเริ่มต้นของถนนที่ไม่มีน้ำตา

การสำรวจเส้นทางการเดินทางของเด็ก ๆ ยังทำให้ชุมชนร่วมกัันหาแนวทางป้องกันอุบัติเหตุในเชิงรุก โดยการทำสวัสดิการรถตู้รับส่งนักเรียน ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากเทศบาล รถตู้รับส่งนักเรียน มีทั้งหมด 3 เส้นทาง ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางที่อยู่ในหมู่บ้านที่ค่อนข้างไกลจากศูนย์เด็ก สวัสดิการรถตู้นี้ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะสำหรับผู้ปกครองที่อยู่ไกล และต้องใช้ถนนสายหลักในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือในช่วงฤดูฝน ที่การเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ค่อนข้างยากลำบาก โดยทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ รถตู้จะออกจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเวลา 7 โมงเช้า แยกกันไป 3 เส้นทาง รถตู้แต่ละคัน จะมีคุณครูเวรนั่งรถไปด้วย เพื่อทำหน้าที่เช็กชื่อและคอยรับเด็ก ๆ ขึ้นรถ พร้อมกับดูแลความเรียบร้อยระหว่างที่เดินทางจากบ้านจนถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เมื่อมาถึงจุดหมาย จะมีคุณครูเวรอีกคน ทำหน้าที่รอรับเด็ก ๆ ทั้งตรวจนับจำนวนและขานชื่อตามสมุดบันทึกรับส่งนักเรียนประจำวัน และที่สำคัญไม่ลืมที่จะเช็กภายในรถ เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีใครถูกปล่อยทิ้งไว้บนรถ

ก้าวสำคัญของครู จุดเริ่มต้นของถนนที่ไม่มีน้ำตา
ก้าวสำคัญของครู จุดเริ่มต้นของถนนที่ไม่มีน้ำตา

นอกจากนี้ ครูอ้อยเองยังผู้เป็นต้นคิดกิจกรรม “หนูน้อยอาสาจราจร” เล่าถึงที่มาไว้ว่า กิจกรรมนี้ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนการสอนในหัวข้อ “ชื่นชมอาชีพ” ซึ่งสอนให้เด็ก ๆ รู้จักกับอาชีพต่าง ๆ เช่น ครู, หมอ, พยาบาล, ทหาร และตำรวจ เมื่อต้องการสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนเข้าไปจึงได้ลองออกแบบกิจกรรมให้เด็ก ๆ รู้จักการทำหน้าที่ของตำรวจจราจร โดยเด็กชั้นโตที่ร่วมกิจกรรมหนูน้อยอาสาจราจร จะได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะสำคัญ เช่่น การทำสัญญาณมือลักษณะต่าง ๆ การฝึกเป่านกหวีดเสียงสั้น เสียงยาวเพื่อให้สัญญาณกับผู้ขับขี่ ซึ่งก่อนจะทำหน้าที่หนูน้อยอาสาจราจรได้ พวกเขาต้องผ่านการฝึกฝนมาแล้วจนมั่นใจ

คุณพ่อของน้องเบรฟและน้องไบร์ทเล่าถึงความประทับใจ ที่กิจกรรมการเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ช่วยให้เด็ก ๆ สามารถจดจำป้ายสัญลักษณ์และ ไฟจราจรต่าง ๆ ได้ และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน แม้ว่าพวกเขาจะยังอ่านเขียน ไม่ได้ก็ตาม

เสียงสะท้อนจากพ่อแม่ผู้ปกครอง คือ เครื่องชี้วัดชั้นดี ที่บ่งบอกว่า กิจกรรมที่คุณครูออกแบบขึ้น สร้างการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงระหว่าง “ห้องเรียน” กับ “บ้าน” ได้สำเร็จ และตรงกับความตั้งใจตามแนวคิดเบื้องหลังของการเป็น อาสาจราจรน้อย ที่ไม่เพียงต้องการให้เด็ก ๆ เรียนรู้วินัยจราจรด้วยการปฏิบัติจริง แต่ยังต้องการให้พวกเขาเกิดความภูมิใจในตัวเอง รวมถึงส่งความภูมิใจนี้ไปถึง พ่อแม่และคนในครอบครัวด้วย

เด็ก ๆ ที่ซึมซับวินัยจราจรตั้งแต่ยังเล็กได้ทำหน้าที่ “อาสาจราจรปลอดภัย” สู่พ่อแม่และคนในครอบครัวอีกต่อหนึ่ง ทุกครั้งก่อนออกเดินทาง เสียงเล็ก ๆ จะคอยบอกให้สวมหมวกกันน็อก หรือคาดเข็มนิรภัย หากพ่อแม่ไม่ยอมทำตาม เสียงเจือยแจ้วก็พร้อมจะเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้กระจองอแงทันที สร้างความว้าวุ่นใจ แต่ก็ต้องยอมทำตามในที่สุด

ก้าวสำคัญของครู จุดเริ่มต้นของถนนที่ไม่มีน้ำตา

เป็นยังไงครับ อ่านกันมาถึงตรงนี้ พอได้ไอเดียเอาไปทำในพื้นที่ของเรากันบ้างไหมครับ สิ่งที่น่าสนใจเลยก็คือ การถูกติดตั้งทั้งความรู้และวินัยจราจรให้เด็กตั้งแต่ยังเล็ก นี่คือเส้นทางของวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัยโดยแท้เลยนะครับ หากพื้นที่ไหนกำลังทำอยู่ก็อยากชวนเอามาเล่าสู่กันฟังกับพี่เซฟด้วยนะครับ

ที่มา: 5 km. Project ชุดความรู้การจัดการพฤติกรรมเสี่ยงจากการไม่สวมหมวกนิรภัยในระยะใกล้บ้าน, ศวปถ. https://www.roadsafetythai.org/download_bookdetail-edoc-667.html

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

608
“ความปลอดภัยทางถนน ต้องเริ่มจัดการที่ระบบ ควบคู่กับการให้ความรู้ และปลูกจิตสำนึก” เสียงจากแพทย์ผู้ปูทางขับขี่ปลอดภัยในไทย
419
ง่วง…หลับ…และตกจากเบาะหลัง ทุกเย็นหลังเลิกเรียน ภาพที่คุ้นตาคือ เด็กประถมสะพายเป้ใบใหญ่ ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของพ่อแม่กลับบ้าน
567
การทัศนศึกษาคือวันที่เด็ก ๆ รอคอย! เพราะเป็นโอกาสให้พวกเขาได้ออกไปเปิดโลก เรียนรู้นอกห้องเรียน

สนับสนุนโดย

บริหารจัดการโดย

ติดตามข่าวสารของเรา

Loading

© Copyright 2022 Safe Education Thailand. All rights reserved.