Share on
การขับขี่บนท้องถนนไม่เพียงแต่ต้องมีความระมัดระวังในการป้องกันอุบัติเหตุ แต่ยังต้องรู้จักการรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุให้ได้มากที่สุด หนึ่งในทักษะสำคัญที่พี่เซฟคิดว่าทุกคนควรรู้คือ การทำ CPR (Cardiopulmonary Resuscitation) หรือการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ช่วยชีวิตในกรณีที่หัวใจหยุดเต้นหรือหายใจไม่ออก แน่นอนว่าหากทำด้วยวิธีที่ถูกต้องและรวดเร็วอาจทำให้ชีวิตผู้ประสบเหตุรอดได้ก่อนที่หน่วยกู้ภัยจะมาถึง
วันนี้ พี่เซฟอยากชวนทุกคนมารู้จัก เข้าใจ และฝึกฝน กับ 8 สเต็ป CPR ช่วยปฐมพยาบาลกู้ชีวิต ที่เรียกว่า ถ้าทุกคนรู้กันไว้…เผื่อเจอเหตุฉุกเฉินก็จะช่วยกันได้!!
1. เช็กผู้ประสบเหตุว่ามีสติหรือไม่
เมื่อพบผู้ประสบเหตุในสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบสภาพผู้บาดเจ็บว่ามีสติหรือไม่ โดยการพูดคุยหรือแตะตัวหรือไหล่ผู้ป่วย หากไม่มีการตอบสนองหรือสัญญาณของการมีสติ ควรเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปทันที2. ขอความช่วยเหลือและโทรเรียก 1669
ทันทีที่ตรวจพบผู้ประสบเหตุไม่รู้สึกตัว ให้รีบโทรหาเบอร์ 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือจากรถบริการแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมแจ้งสถานที่และสภาพของผู้ประสบเหตุให้ชัดเจน
3. เคลียร์ทางเดินหายใจและตรวจดูช่องคอ
หลังจากที่โทรเรียกความช่วยเหลือแล้ว ให้จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงายราบกับพื้นแข็ง และตรวจดูในปากว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่หรือไม่ ด้วยการโน้มตัวไปข้างหน้าและมองหาช่องคอเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ เช่น อาหาร หรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ หากมีให้เอาออกทันที
4. ประเมินอาการตรวจการหายใจ
หลังจากเคลียร์ทางเดินหายใจแล้ว ให้ประเมินการหายใจโดยการสังเกตว่า ผู้ประสบเหตุหายใจปกติหรือไม่ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการฟังเสียงหายใจหรือสังเกตการเคลื่อนไหวของหน้าอก หากไม่หายใจหรือหายใจผิดปกติ ควรเริ่มทำ CPR ทันที
5. วางสันมือบริเวณกึ่งกลางของกระดูกหน้าอก
วางสันมือไว้ขนานกับแนวกึ่งกลางหน้าอก กึ่งกลางระหว่างหัวนมทั้งสองข้างของผู้ป่วย แล้วนำมืออีกข้างมาประกบ ประสานนิ้ว และทำการล๊อคนิ้ว กระดกข้อมือขึ้นโดยให้สันมือสัมผัสกับหน้าอกเท่านั้น
6.โน้มตัวตั้งฉากกับหน้าอกผู้บาดเจ็บ แขนตรงและตึง ออกแรงกดลงไปโดยใช้แรงจากหัวไหล่
จากนั้นกดหน้าอกของผู้ป่วย สำหรับผู้ใหญ่กดให้ลึกลงไปประมาณ 5 ซม. สำหรับเด็กกดลึก 1 ใน 3 ของความลึกทรวงอก และสำหรับเด็กอ่อนให้ใช้นิ้วหัวแม่มือกด
7. กดหน้าอก 100-120 ครั้ง/นาที
เริ่มทำการกดหน้าอกอย่างรวดเร็ว โดยรักษาความเร็วไว้ที่ 100-120 ครั้ง/นาที ซึ่งการกดนี้จะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปยังสมองและอวัยวะที่สำคัญอื่น ๆ แม้ผู้ประสบเหตุจะไม่มีการหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น
8. ส่งต่อผู้ประสบเหตุให้หน่วยกู้ภัย
เมื่อหน่วยกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว ให้ส่งต่อผู้ประสบเหตุให้กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลต่อไป และให้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับสภาพผู้ประสบเหตุที่สามารถช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การทำ CPR ไม่ใช่แค่ทักษะที่ต้องเรียนรู้สำหรับผู้ที่ทำงานในด้านการแพทย์เท่านั้น แต่เป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้ สามารถช่วยชีวิตใครสักคนในขณะที่เขากำลังตกอยู่ในสภาวะฉุกเฉินนั้นได้เลย เป็นสิ่งที่มีค่ามาก ในชีวิตจริง ทุกนาทีมีความสำคัญ ดังนั้น การรู้วิธีทำ CPR อย่างถูกต้อง จะทำให้เราสามารถช่วยชีวิตได้ก่อนที่ทีมกู้ภัยจะมาถึง
ที่มา:
– คู่มือ-Save-สมอง-จากอุบัติเหตุการขับขี่, สสส. (หน้า 27)
– สสส., www.thaihealth.or.th/?p=229225
– ALCOTEC, www.alco-tec.co.th/th/how-to-perform-cpr-before-using-a-defibrillator/