Share on
“วัน Car Free Day” หรือวันปลอดรถยนต์โลก เป็นวันที่หลายประเทศทั่วโลกช่วยกันรณรงค์ งดใช้รถยนต์ส่วนตัว แล้วเดินทางด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น นั่งรถไฟฟ้า รถขนส่งสาธารณะ ปั่นจักรยาน
พี่เซฟจะมาเล่าว่าวัน Car Free Day เกิดขึ้นครั้งแรกที่ฝรั่งเศสในปี 2537 จุดประสงค์คือรณรงค์ให้คนใช้รถขนส่งสาธารณะหรือจักรยานให้มากขึ้น เพื่อลดมลพิษทางอากาศและช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่วนประเทศไทยเรานั้น เริ่มรณรงค์คาร์ฟรีเดย์ครั้งแรกในปี 2543
ทำไมเราควรลองสลับการเดินทางบ้าง?
การเลือกเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ไม่เพียงช่วยลดมลพิษ แต่ยังเป็นโอกาสให้เราได้สัมผัสเมืองรอบตัวจริง ๆ ลองสังเกตเสียงนกร้อง หรือร้านค้าเล็ก ๆ ที่อาจมองไม่เห็นเวลาขับรถไป-กลับทุกวัน นอกจากนี้ยังช่วยให้เราเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้น-ลงบันได ไปต่อรถเมล์ หรือปั่นจักรยาน ทำให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นขึ้น แถมยังช่วย ลดอุบัติเหตุ ลดความเครียดจากจราจร และเพิ่มกิจกรรมทางกาย นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ฝึก “การเดินทางด้วยขนส่งหลากรูปแบบ (Multimodal Transportation)” อย่างปลอดภัย
สำหรับบ้านที่มี เด็กเล็ก การเดินทางวัน Car Free Day เป็นโอกาสทองในการสอนเรื่อง ความปลอดภัยบนถนน ตั้งแต่ยังเล็ก เช่น การใส่หมวกจักรยาน การนั่งบนรถเข็นหรือจักรยานแบบปลอดภัย การเดินบนทางม้าลาย และสังเกตรอบตัว วิธีนี้ช่วยให้เด็กเข้าใจการใช้ถนนอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งฝึกการสังเกตและวินัยตั้งแต่ยังเล็ก
มาลองส่อง ไอเดียเดินทางแบบปลอดภัยในวัน Car Free Day กันดูครับ
- จักรยาน ปั่นอย่างปลอดภัยด้วยหมวกกันน็อกและไฟสัญญาณ เลือกเส้นทางจักรยานที่ชัดเจนและไม่แออัด สำหรับเด็กเล็กใช้จักรยานเด็กที่เหมาะสมกับวัย หรือจักรยานติดที่นั่งเด็กพร้อมเข็มขัดรัดแน่น
- รถเมล์ รถไฟฟ้า เลือกเส้นทางใกล้บ้านหรือใกล้จุดหมาย ตรวจสอบเวลารถเพื่อไม่ให้รอเกินจำเป็น พกอุปกรณ์จำเป็นสำหรับเด็ก เช่น กระเป๋าฉุกเฉิน หรือผ้าเช็ดมือ
- เดิน เหมาะสำหรับระยะสั้น ๆ ใช้รองเท้าที่สบาย สังเกตรอบตัว และจับมือลูกเล็กเวลาเดินข้ามถนน
- แชร์รถ (CAR POOL) ลดจำนวนรถบนถนน และยังได้เพื่อนร่วมทาง
Car Free Day เด็กก็เที่ยวได้ ปลอดภัยทุกก้าวย่าง
วัน Car Free Day ยังเป็นวันที่ครอบครัวสามารถออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะการเดินทางกับเด็กเล็กที่ต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษ
- เริ่มจาก วางแผนเส้นทางให้ปลอดภัย เลือกเส้นที่มีทางเท้ากว้างหรือเลนจักรยานแยกชัดเจน เพื่อลดการปะทะกับรถบนถนน หากต้องพาเด็กเล็กมาด้วย ควรพิจารณาระยะทางและจุดพัก เพื่อให้การเดินหรือปั่นจักรยานเป็นเรื่องสนุก
- เช็กความพร้อมทั้งร่างกายและอุปกรณ์ เด็กที่ซ้อนจักรยานควรใส่หมวกกันน็อกเสมอ ส่วนเด็กที่นั่งรถเข็นต้องมีสายรัดนิรภัย
ล็อกแน่นหนา ป้องกันการพลัดหล่นหรือกระแทก- สอนลูกให้รู้กติกาถนนตั้งแต่เล็ก เช่น หยุดเมื่อไฟแดง มองซ้ายขวาก่อนข้ามถนน ต้องข้ามถนนกับผู้ใหญ่ และเดินบนทางเท้า สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต และช่วยให้เขาปลอดภัยในทุกการเดินทาง
- ในกรณีที่ ต้องใช้บริการรถที่ไม่ใช่ของเรา เช่น แท็กซี่ รถรับจ้าง หรือรถเพื่อน ควรตรวจว่ามีเข็มขัดนิรภัยพร้อมใช้งาน และให้เด็กนั่งในตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด ไม่อุ้มเด็กบนตักระหว่างรถเคลื่อนที่ เพราะเป็นความเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม
- และสุดท้าย ทำให้ Car Free Day เป็นวันของครอบครัวจริง ๆ เดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือพาไปสวนสาธารณะ ใช้เวลานี้สอนให้เด็กรักการเดินทางอย่างปลอดภัย สนุก และเคารพพื้นที่ร่วมของทุกคน
เพราะวัน Car Free Day ไม่ได้มีแค่เรื่อง “หยุดใช้รถ” แต่มันคือวันที่เราได้ “ขยับโลก”, “ขยับหัวใจ”, และ “ขยับร่างกาย” ไปพร้อมกัน วัน Car Free Day จึงเป็นเหมือนบทเรียนกลางแจ้ง ที่ให้เรากับครอบครัวได้เรียนรู้การใช้ถนนร่วมกับผู้อื่นอย่างปลอดภัย ได้มองเห็นมุมใหม่ของเมือง และได้สร้างความทรงจำดี ๆ ระหว่างทาง พี่เซฟรับรองเลยว่า ถ้าวันนี้คุณลองปล่อยรถไว้ที่บ้าน แล้วออกมาใช้เท้า ปั่นจักรยาน หรือขึ้นรถสาธารณะสักครั้ง คุณจะพบว่า ความสุขมันอยู่ตรงทุกก้าวที่เราเดินไปด้วยกันอย่างปลอดภัยนี่แหละครับ
ที่มา :
– Car Free Day (วันปลอดรถ), GPAutoParts www.gpautoparts.co.th/car-free-day-2/
– เมืองเคลื่อนที่ได้ หมุดหมายใหม่ของคนเมือง, The Urbanis https://theurbanis.com/mobility/01/11/2019/3054
– อนาคตของเมืองจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรง เดินได้เดินดี มีพื้นที่สีเขียว, The Urbanis https://theurbanis.com/environment/11/01/2020/159
– 22 กันยายน วันคาร์ฟรีเดย์ เปิด 10 เมืองที่เป็นมิตรกับ “จักรยาน” มากที่สุดในโลก, ThaiPBS www.thaipbs.or.th/now/content/351