Share on
คิดจะ “Road Trip” ต่างประเทศ อย่าเพิ่งจองรถถ้าไม่รู้กฎจราจร!
เพราะบางประเทศกฎเค้า “เป๊ะเวอร์” ขับผิดนิดเดียว = จ่ายค่าปรับจุก ๆ หรืออาจหมดสิทธิ์ขับต่อเลยก็ได้
อย่างแรกเลย หากใครมีแผนจะขับรถเที่ยวในต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ใบขับขี่สากล (International Driving Permit – IDP) แล้วใบขับขี่สากลคืออะไร?…คือใบอนุญาตขับขี่ที่แปลเป็นภาษาสากล ทำให้เจ้าหน้าที่ในต่างประเทศเข้าใจว่าเรามีสิทธิ์ขับรถ ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะแม้เราจะมีใบขับขี่ของไทยอยู่แล้วก็ตาม แต่หลายประเทศไม่รับรองการใช้ประกอบการขับรถภายในประเทศของเค้า ต้องมี IDP ควบคู่ด้วยเท่านั้นถึงจะถูกกฎหมาย โดยเฉพาะเวลาเช่ารถ ถ้าไม่มีใบขับขี่สากล = เช่าไม่ได้ หรือถ้าถูกตำรวจเรียกตรวจ แล้วไม่มี IDP = โดนปรับแน่นอน
นอกจากนี้ พี่เซฟยังจะพาทุกคนไปรู้จักกับกฎจราจรในต่างแดน ประเทศที่หลาย ๆ คนชอบไปเที่ยวกัน พร้อมเกร็ดที่นักท่องโลกอาจยังไม่รู้!
ญี่ปุ่น: ห้ามเมาแล้วนั่งเป็น “ผู้โดยสาร”
ญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่เคร่งเรื่องวินัยจราจรสุด ๆ และที่น่าตกใจคือ… “ถ้าคนขับเมา แล้วคุณนั่งไปด้วย = มีความผิด!”
ใช่แล้วครับ ไม่ใช่แค่คนขับจะโดน แต่คนโดยสารที่รู้ว่าคนขับเมาแต่ยังนั่งไปด้วยก็ผิดตามกฎหมายด้วย
ข้อควรรู้
- ขับรถพวงมาลัยขวา (เหมือนไทย)
- ห้ามคุยโทรศัพท์ขณะขับรถโดยไม่มีอุปกรณ์ hands-free (มีโทษปรับ)
- เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ต้องนั่ง car seat เสมอ
เกาหลีใต้: ห้ามบีบแตรพร่ำเพรื่อ
ขับรถในเกาหลี ถ้าคิดจะบีบแตรไล่แบบบ้านเรา ต้องเบรกไว้ก่อน! เพราะ “การบีบแตรโดยไม่มีเหตุผล = ผิดกฎหมาย!”
ข้อควรรู้
- การแซงในเขตห้ามแซง (เส้นทึบ) โทษหนัก
- การไม่หยุดรถเมื่อเห็นคนข้ามถนน แม้ไม่มีสัญญาณไฟ
- ห้ามขับรถบนเลนจักรยานหรือรถบัสโดยเด็ดขาด
ไต้หวัน: ขับรถต้องระวังมอเตอร์ไซค์ให้มาก
“รถยนต์ผิดทันทีถ้ามีอุบัติเหตุกับมอเตอร์ไซค์ แม้ขับถูกกฎ!” เนื่องจากในไต้หวันมี จำนวนมอเตอร์ไซค์มากที่สุดต่อประชากรในโลก คนขับรถยนต์จึงต้อง “ระวังและรับผิดชอบเป็นพิเศษ” หากเกิดอุบัติเหตุแม้ไม่ได้ผิด
ข้อควรรู้
- ขับพวงมาลัยซ้าย (ตรงข้ามไทย)
- มอเตอร์ไซค์จะมี “เลนแยกเฉพาะ” รถยนต์ห้ามขับซ้อนเลน
- ห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ แม้จะจอดติดไฟแดง
สิงคโปร์: ประเทศกฎเหล็ก
“ทำผิด = โดนกล้องจับ + โดนปรับทันที” สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ระบบจราจรดีเยี่ยม และ “เคร่งครัด” กับทุกอย่าง
เช่น ป้ายจอดรถ, เขตห้ามเลี้ยว, ความเร็ว ฯลฯ
ข้อควรรู้
- ขับพวงมาลัยขวา (เหมือนไทย)
- ระบบ ERP (เก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ) อยู่ตามจุดสำคัญในเมือง
- ห้ามบีบแตรโดยไม่จำเป็น (มีโทษปรับจริง)
จีน: ระบบเข้ม ขับรถเที่ยวเองอาจยุ่งยาก
“ต่างชาติต้องมีใบขับขี่จีนเท่านั้น” เพราะจีนไม่ยอมรับใบขับขี่สากล (IDP) หากจะขับเอง ต้องสอบใบขับขี่จีน หรือเช่ารถพร้อมคนขับเท่านั้น
ข้อควรรู้
- ขับพวงมาลัยซ้าย
- มีระบบตรวจจับกล้องรอบเมือง (มากกว่า 200 ล้านตัว!)
- ถนนบางสายในชนบทอาจไม่มีป้ายภาษาอังกฤษเลย
อินเดีย: ถนนวุ่นวายที่สุด แต่ก็มีกฎชัดเจน
“ระวังวัวข้ามถนน! ใครชน = ผิดแน่นอน”ในอินเดีย วัวถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ หากคุณขับชนวัว = โดนโทษหนัก! แถมยังมีวัฒนธรรมจราจรแบบ “ขับด้วยสัญชาตญาณ” ต้องระวังมาก ใครคิดจะขับรถเที่ยวเองทีนี่ อาจต้องคิดดี ๆ
ข้อควรรู้
- ขับพวงมาลัยขวา (เหมือนไทย)
- ถนนบางเส้นมีทั้งวัว ม้า คน และรถเข็นในเวลาเดียวกัน
- ห้ามดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาดก่อนขับ
ภูฏาน: ชาติเดียวในโลกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร
“ใช้เจ้าหน้าที่จราจรแทนไฟแดง” ภูฏานมีชื่อเสียงเรื่อง “ความสุขมวลรวมประชาชาติ” และเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมสงบ
แต่หากขับรถต้องระวัง เพราะภูมิประเทศเป็นภูเขา โค้งชัน และไม่มีไฟจราจรเลย
ข้อควรรู้
- ขับพวงมาลัยซ้าย
- ต้องมีใบขับขี่ภูฏานเท่านั้นไม่ยอมรับใบขับขี่สากล (IDP)
นิวซีแลนด์: ความเร็วคือเรื่องจริงจัง
นิวซีแลนด์มีถนนที่โค้งเยอะและวิวสวยมาก แต่ “ห้ามขับเกินความเร็วที่กำหนด แม้ถนนโล่ง!” ตำรวจที่นี่เค้าใช้กล้องตรวจจับความเร็วเป็นปกติ และค่าปรับอาจสูงถึง NZD 630 (~13,000 บาท)
ข้อควรรู้
- ขับรถพวงมาลัยขวา (เหมือนไทย)
- ต้องเปิดไฟหน้าทุกครั้งเมื่อมีหมอกหรือฝนตก
- นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มามักเลือกขับรถบ้าน ฉะนั้นต้องจอดในพื้นที่ที่ถูกกำหนดไว้เท่านั้น หากทำผิดถูกปรับหนัก!
เยอรมนี: ถนนไร้ลิมิต แต่ไม่ไร้กฎ
ประเทศนี้ขึ้นชื่อเรื่อง Autobahn ถนนที่บางช่วงไม่มีการจำกัดความเร็ว สายซิ่งนี่ยิ้มเลย… ถึงจะไม่มีลิมิตในบางช่วง แต่…“ถ้าขับช้าบังเลนขวา หรือแซงผิดเลน = โดนปรับแน่นอน”
ข้อควรรู้ของ Autobahn
- ห้ามหยุดรถแม้จะน้ำมันหมด (ถือว่าผิดเพราะเตรียมตัวไม่พร้อม)
- ห้ามแซงขวา (ให้แซงซ้ายเท่านั้น)
- ห้ามใช้เลนซ้ายหากขับช้าหรือไม่แซง
อิตาลี: เมืองสวย แต่โซนจำกัดเยอะ
อิตาลีมีเขตที่เรียกว่า ZTL (Zona a Traffico Limitato) ซึ่งห้ามรถเข้าเกือบทั้งวันในบางเมือง เช่น Rome, Florence, Milan
“ถ้าขับหลุดเข้าไป = โดนค่าปรับถึงบ้าน!” เพราะกล้องวงจรปิดจะจับทะเบียนรถ และส่งใบปรับถึงบริษัทเช่ารถ แล้วเค้าจะส่งมาหาคุณ (บวกค่าธรรมเนียมด้วยนะ)
ข้อควรรู้
- ขับพวงมาลัยซ้าย (ตรงข้ามไทย)
- เมืองเก่า ๆ ถนนแคบ ควรใช้รถเล็ก
- ที่จอดรถหายากมากกกกกกกกก ก.ไก่ ล้านตัว
ฝรั่งเศส: “ไม่พกเสื้อสะท้อนแสง = โดนปรับ!”
กฎหมายฝรั่งเศสกำหนดให้รถทุกคันต้องมี เสื้อสะท้อนแสงและกรวยฉุกเฉินในรถ หากโดนเรียกตรวจหรือรถเสียแล้วไม่มี อาจโดนปรับได้ (ประมาณ €135 เทียบเป็นเงินไทยเกือบ 5,000 บาท)
ข้อควรรู้
- ขับพวงมาลัยซ้าย (ตรงข้ามไทย)
- มีโซน ZCR (เขตจำกัดมลพิษ) คล้าย ZTL ของอิตาลี
- ต้องพกชุดปฐมพยาบาลและที่วัดลมหายใจแอลกอฮอล์ในรถหากไม่มีจะถูกปรับ!
สหรัฐอเมริกา California, Nevada : “เลี้ยวขวาได้แม้ไฟแดง (แต่ต้องหยุดก่อน)”
ในหลายรัฐของสหรัฐฯ สามารถเลี้ยวขวาได้แม้ไฟแดง แต่ต้อง “หยุดก่อนดู” และให้ทางคนเดินหรือรถที่มีสิทธิก่อน
ข้อควรรู้
- ความเร็วแต่ละรัฐไม่เท่ากัน ต้องสังเกตป้ายชัด ๆ
- ห้ามเปิดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรถเด็ดขาด แม้จะยังไม่ได้ดื่ม!
- ห้ามใช้มือถือขณะขับ (แม้จะแค่ดู GPS) ถ้าไม่มี hands-free
ออสเตรเลีย: “จอดรถผิดด้าน = โดนลาก”
ในเมืองใหญ่ เช่น Sydney หรือ Melbourne จอดรถ ผิดทิศทางการจราจร ถือว่าผิดกฎหมาย แม้จะอยู่ในที่จอดก็ตาม!
ข้อควรรู้
- ขับพวงมาลัยขวาเหมือนไทย (สบายใจได้)
- ระวังสัตว์ป่า เช่น จิงโจ้ ที่อาจข้ามถนนโดยไม่คาดคิด
- ความเร็วในโซนโรงเรียนลดเหลือ 25–40 กม./ชม. และมีการตรวจจับจริงจัง
สวิตเซอร์แลนด์: “เปิดไฟหน้าทั้งวันคือข้อบังคับ”
แม้เป็นกลางวันแดดจ้า กฎหมายกำหนดให้เปิดไฟหน้ารถเสมอเพื่อความปลอดภัย (Daytime running lights)
ข้อควรรู้
- การขับเร็วเกินกำหนดจะโดนปรับตามรายได้ เช่น กรณีคนขับรถหรู โดนปรับหลักล้าน
- มีการจำกัดพื้นที่เข้าเมือง และการใช้รถดีเซลในบางเขต
- ต้องติด “Vignette” (สติ๊กเกอร์ทางด่วน) ที่กระจกหน้ารถ หากจะใช้ทางด่วน
ไม่ใช่แค่ถนนต่างประเทศจะต่างจากบ้านเรา แต่ “กฎจราจร” ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะที่บางข้ออาจทำให้เราอึ้งไปเลย แต่ก็เป็นกฎจราจรเข้มงวดเพื่อให้ทุกคนบนถนนปลอดภัยไกลความเสี่ยง
เพราะฉะนั้น ถ้าอยาก Road Trip แบบปลอดภัย ไม่เสียเงินค่าปรับฟรี ๆ หรือโดนแบนจากการขับรถ
1. ศึกษากฎจราจรของแต่ละประเทศก่อน
2. เตรียมเอกสารให้พร้อม เช่น ใบขับขี่สากล (บางที่ไม่รับ ต้องสอบใหม่!)
3. เช็กลักษณะการขับ เช่น พวงมาลัยซ้าย-ขวา, ความเร็ว, เขตห้ามเข้า ฯลฯการขับรถเที่ยวคืออิสระที่มาพร้อม “ความรับผิดชอบ” รู้กฎ รู้ใจถนน = เที่ยวมันส์ ปลอดภัย ไม่โดนค่าปรับแน่นอน!
ที่มา:
– สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนประเทศไทย (หน้า 25-26), กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
– คู่มือผู้จัดการเรียนรู้ “ทักษะคิด การเอาชีวิตรอดภัยบนท้องถนน” (หน้า 39-51), Thailand Safe Youth (TSY Program)
– ขับขี่ปลอดภัย by DLT, https://shorturl.asia/lMwSp, https://shorturl.asia/p0Dib
– กรุงเทพธุรกิจ, https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/entertainment/1077323