พี่เซฟเชื่อว่า พ่อแม่ ผู้ปกครองทุกคนมีความรักความห่วงใยลูกหลานเป็นที่สุด! การเห็นเค้าขี่มอเตอร์ไซค์แล้วมีทั้งที่ใส่ “หมวกกันน็อก” มั่ง ไม่ใส่ “หมวกกันน็อก” มั่ง มันก็อาจจะทำให้ความรู้สึกหงุดหงิด เพราะไอ้ความเป็นห่วงนั่นแหละครับ
บางทีความคิดของเด็ก ๆ ก็มองว่า การสวม “หมวกกันน็อก” อาจจะไม่ได้สำคัญอะไร…แต่การดุว่าเค้า มันก็ไม่ช่วยเลยจริง ๆ ครับให้ตายเถอะ! ผมอยากชวนทุกคนมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการสื่อสารกันดูใหม่สักหน่อย ผมว่าถ้าเราพูดด้วยความรักที่ลึกซึ้ง มันน่าจะช่วยได้ครับ
ลองพิจารณาแล้วเอาประโยคสื่อสารเหล่านี้ของผมไปลองใช้ดูนะครับ ผมเชื่อว่าเค้าน่าสนใจฟังแล้วยอมลองทำตามดูแน่ ๆ !
“อย่าเบื่อใส่หมวกกันน็อกนะลูก พ่อรออยู่ที่บ้านนะ”
อุบัติเหตุอาจฟังดูไกลตัวสำหรับเด็ก ๆ แต่การใช้ประโยคนี้จะช่วยสื่อสารความรู้สึกห่วงใยของพ่อแม่ได้ดี อธิบายให้ลูกฟังว่า หากไม่สวมหมวกกันน็อก แม้เพียงล้มเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ศีรษะได้ นอกจากนี้ การเล่าเรื่องจริงที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ใกล้ตัวที่เด็กอาจเคยเห็น จะช่วยให้เขาเข้าใจถึงความเสี่ยงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“ใส่หมวกกันน็อกเพื่อความปลอดภัยนะลูก เพราะลูกคือคนสำคัญของแม่นะ”
ประโยคนี้ช่วยให้ลูกรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง การบอกว่าเขาเป็นคนสำคัญในชีวิตพ่อแม่ จะทำให้เด็กรับรู้ว่าการใส่ “หมวกกันน็อก”ไม่ใช่แค่เพราะถูกบังคับ แต่เพราะเขาเป็นที่รักจึงถูกห่วงเป็นธรรมดา อาจเสริมด้วยการเล่าประสบการณ์ส่วนตัว เช่น การที่พ่อแม่เองก็ใส่ “หมวกกันน็อก” เสมอ เพราะอยากกลับบ้านอย่างปลอดภัย เพื่ออยู่กับลูกไปนาน ๆ
“ขี่รถมาหาอาม๊า แล้วใส่หมวกกันน็อกด้วย เก่งมากหลานม๊า”
ใช้ประโยคนี้เพื่อบอกให้ลูกหลานรู้ว่าการใส่ “หมวกกันน็อก” ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎจราจร แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน อธิบายว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้เสมอ แม้เราจะระวังตัวแค่ไหนก็ตาม แต่“หมวกกันน็อก”จะช่วยลดความรุนแรงจากการกระแทกในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด ยิ่งลูกใส่หมวกทุกครั้ง อาม๊าอากงก็ยิ่งสบายใจ
ไม่ได้มีแค่ 3 ประโยคนี้นะครับ ยังมีประโยคอื่น ๆ อีกด้วย ลองเลือกไปใช้กันดูนะครับ
- “ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วหนูเจ็บ ยายต้องแย่แน่ ๆ เลย อย่าลืมใส่หมวกกันน็อกนะลูก”
- “วันนี้หลานใส่หมวกกันน็อกมา ป้ามีความสุขจัง งั้นเราไปกินไอติมกันดีกว่า”
- “พี่ดีใจจัง ที่เห็นแกใส่หมวกกันน็อกตอนขี่มอไซค์ อย่างน้อยถ้าล้ม พี่ก็เบาใจว่าแกจะไม่เจ็บที่หัวมาก”
- “ปู่ว่า เวลาที่ลูกใส่หมวกกันน็อกนี้แล้วมันเท่ห์มากเลยนะ ปู่ว่ามันดีมากเลย”
- “ลุงอยากเห็นลูกปลอดภัยทุกครั้งที่ขับรถ”
- “แม่รักลูกมากนะ อยากเห็นลูกปลอดภัยนะ”
- “รู้อะไรไหม? พ่อโอเคทุกครั้งที่เห็นลูกใส่หมวกกันน็อก ”
การสอนลูกใส่ “หมวกกันน็อก” ไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ปกครอง แต่เป็นการแสดงความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง การใช้คำพูดที่แสดงถึงความห่วงใยผสมกับเหตุผล จะช่วยให้เด็กเข้าใจถึงความสำคัญและสร้างนิสัยใส่ “หมวกกันน็อก” ที่ดีตั้งแต่ยังเล็ก พ่อแม่ทุกคนมีพลังในการสร้างความปลอดภัยให้ลูก อย่าลืมว่า “ทุกครั้งที่สอนลูกใส่หมวกกันน็อก คือทุกครั้งที่บอกรักลูกด้วยหัวใจ!”
ที่มา:
– ถ้ารัก คือ การให้ แล้วคุณให้คนที่คุณรักสวมหมวกนิรภัยแล้วหรือยัง??, สสส. https://www.thaihealth.or.th/?p=246100
– ‘สวมหมวกกันน็อก’ ให้ลูก ลดเจ็บ-ตายจากอุบัติเหตุ, สสส. https://www.thaihealth.or.th/?p=265750