แคมเปญสุดเจ๋งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แค่ใส่หมวกกันน็อก ลุ้นรับโชค!!

แคมเปญสุดเจ๋งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แค่ใส่หมวกกันน็อก ลุ้นรับโชค!!
869

แคมเปญสุดครีเอตจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เปลี่ยนภาพการใส่หมวกกันน็อกให้กลายเป็นเรื่องสนุกแบบไม่ต้องฝืนใจใส่ พร้อมลุ้นของรางวัล!! เรียกว่าแคมเปญนี้ “หมวกกันน็อกให้โชค”ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นนวัตกรรมส่งเสริมพฤติกรรมความปลอดภัยทางถนนที่ประสบความสำเร็จ โดยเน้นการเสริมแรงบวก (Positive Reinforcement) มากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย ด้วยเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาสวมหมวกกันน็อกขณะขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างสมัครใจ

อยากรู้ไหมครับว่าแนวคิดนี้เริ่มต้นจากอะไร และชาว มช. ทำยังไงให้หมวกกันน็อกกลายเป็นเรื่องน่าลุ้น? ตามมารู้จักเบื้องหลังไอเดียนี้ไปพร้อมกัน!

ชีวิตนักศึกษาและจักรยานยนต์

โครงการนี้เริ่มต้นจากการสำรวจพฤติกรรมและเหตุผลที่นักศึกษาไม่สวมหมวกกันน็อก พบว่าส่วนใหญ่รู้สึกว่าขับในระยะทางสั้น, ไม่สะดวกจัดเก็บ, หรือไม่เห็นว่าหมวกกันน็อกจำเป็น จึงไม่อยากลงทุนซื้อใส่ ทางมหาวิทยาลัยเคยใช้มาตรการเข้ม เช่น ด่านตรวจและแจกหมวกกันน็อก แต่ก็พบว่าไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้ถาวร บางครั้งยังนำไปสู่การต่อต้านจากนักศึกษาอีกด้วย

พลิกเกมใหม่ ด้วยนวัตกรรมเสริมแรงบวก

แคมเปญสุดเจ๋งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แค่ใส่หมวกกันน็อก ลุ้นรับโชค!!

หลังจากช่วงโควิด-19 เมื่อการเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัยกลับมาให้บริการตามปกติ กองพัฒนานักศึกษาและศูนย์ Smart Campus ร่วมกับเพจ มช. ทูเดย์ ได้เปลี่ยนแนวทางสื่อสารเรื่องความปลอดภัยครั้งใหม่ มาใช้นวัตกรรมที่เรียกว่า “เสริมแรงบวก (Positive Reinforcement)” โดยริเริ่มแคมเปญ “หมวกกันน็อกให้โชค” ด้วยการใช้กล้องวงจรปิด และ แอปพลิเคชัน CMUMobile ระบุตัวผู้ขับขี่ที่สวมหมวกกันน็อกและสุ่มแจกรางวัลเป็นคูปอง 500 บาท เพื่อใช้ในศูนย์อาหารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ แทนการให้เงินสด เดือนละ 2 ครั้ง สำหรับนักศึกษาที่สวมหมวกกันน็อกขณะขับขี่ในมหาวิทยาลัย

การสุ่มให้รางวัลในแคมเปญนี้ มีกลยุทธ์ในการส่งเสริมพฤติกรรมในเชิงบวกซ่อนอยู่ นั่นก็คือการให้กำลังใจและแสดงคุณค่าแก่นักศึกษาที่ขับขี่ปลอดภัยมากกว่า

แคมเปญนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อสื่อสารผ่านเพจ มช. ทูเดย์ ด้วยการใช้ภาษาที่เป็นกันเองและเข้าถึงง่าย ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักศึกษา แต่ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการพูดถึงเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย

เสริมแรงใหม่ด้วยการส่งต่อ

ในระยะที่ 2 ของโครงการ มีการส่งต่อความรับผิดชอบให้กับแกนนำนักศึกษาในแต่ละคณะ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนแคมเปญนี้ไปยังกลุ่มนักศึกษาใหม่ ๆ และกระตุ้นให้เกิดการสวมหมวกกันน็อกมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้การบังคับ เพื่อให้มาตรการนี้มีภาพลักษณ์ของ “เพื่อนทำเพื่อเพื่อน” โดยหนึ่งในวิธีสื่อสารที่สำคัญ คือ การสัมภาษณ์นักศึกษาที่ได้รับรางวัล แล้วเผยแพร่คลิปบนเพจ เพื่อให้เสียงของเพื่อนมีผลกระทบต่อพฤติกรรมเพื่อนมากกว่าคำสั่งจากผู้ใหญ่

ในระยะที่ 3 มหาวิทยาลัยยังมีแผนที่จะเพิ่มการแจกหมวกกันน็อกให้กับนักศึกษาที่ขาดแคลน โดยหวังว่าเมื่อการสวมหมวกกันน็อกกลายเป็นพฤติกรรมที่มีความคุ้นเคย นักศึกษาทุกคนจะตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัย

ผลลัพธ์ที่เป็นมากกว่ายอดวิว

“หมวกกันน็อกให้โชค” ไม่ใช่แค่แคมเปญไวรัลในโลกออนไลน์ แต่สร้างการยอมรับจากกลุ่มเป้าหมายจริง นักศึกษาให้ความร่วมมือโดยไม่มีเสียงต่อต้าน ช่วยให้การดำเนินงานในระยะต่อ ๆ ไปง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้แนวคิด “ความปลอดภัยคือเรื่องของทุกคน” ขยับเข้าใกล้ความจริงอีกก้าว

แคมเปญ “หมวกกันน็อกให้โชค” นี้ จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้วิธีเสริมแรงบวกในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เรียนรู้ว่า การสวมหมวกกันน็อกไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องตัวเองจากอันตราย แต่ยังเป็นการทำให้ตัวเองและคนรอบข้างรู้สึกปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

ที่มา: ชุดความรู้การจัดการพฤติกรรมเสี่ยงจากการไม่สวมหมวกนิรภัยใกล้บ้าน เล่มที่ 5 : มาตรการองค์กร ปักหมุดขยายฐานความปลอดภัย สู่ชุมชนรอบข้าง, ศวปถ.

สนับสนุนโดย

บริหารจัดการโดย

ติดตามข่าวสารของเรา

Loading

© Copyright 2022 Safe Education Thailand. All rights reserved.