“เครื่องหมายจราจร” เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ใช้สื่อถึงความรักความห่วงใยให้กับเด็กและเยาวชนของเราได้ ให้พวกเค้าได้เห็นถึงประโยชน์ของการรู้จักเครื่องหมายจราจร แต่ละแบบ แต่ละประเภทเอาไว้ เพราะช่วยเตือนถึงสิ่งที่อยู่ข้างหน้าได้อย่างชัดเจน ให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามป้ายเตือนเหล่านั้น ปลอดภัยทั้งต่อตนเองและเพื่อนร่วมทาง คนที่บ้านก็อุ่นใจไปด้วย
เครื่องหมายจราจรแบ่งออกเป็น 4 ประเภท แต่ละประเภทมีอยู่หลากหลายป้าย เพื่อความไม่สับสน พี่เซฟอยากชวนมารู้จักลักษณะของเครื่องหมายจราจรแต่ละประเภท และตัวอย่างเครื่องหมายจราจรที่เด็กและเยาวชนควรรู้
1. เครื่องหมายจราจรชนิดแผ่นป้ายบังคับ
ชัดเจนตามชื่อป้ายเลยว่า เครื่องหมายจราจรประเภทนี้ผู้ใช้ถนนต้องปฏิบัติตามเครื่องหมายที่ปรากฎอยู่บนแผ่นป้าย งดการกระทำ รวมถึงการกระทำบางอย่างตามที่แผ่นป้ายระบุ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทย่อยด้วยกัน ได้แก่ ป้ายบังคับประเภทกำหนดสิทธิ์ ป้ายบังคับประเภทห้ามหรือจำกัดสิทธิ์ ป้ายบังคับประเภทคำสั่ง และป้ายอื่น ๆ ดังนี้
1.1 ป้ายบังคับประเภทกำหนดสิทธิ์
ส่วนใหญ่เป็นป้ายวงกลม ขอบสีแดง มีเส้นทแยงสีแดงคาดทับสัญลักษณ์บนป้ายที่ปรากฎ ยกตัวอย่างเช่น

ให้ผู้ขับขี่หยุดรถก่อนถึงทางที่ขวางข้างหน้าหรือเส้นหยุด

ให้ผู้ขับขี่หยุดรถก่อนถึงทางที่ขวางข้างหน้าหรือเส้นหยุด

ให้ผู้ขับขี่หยุดรถและรอให้รถที่สวนมาผ่านไปก่อน
1.2 ป้ายบังคับประเภทห้ามหรือจำกัดสิทธิ์
ส่วนใหญ่เป็นป้ายวงกลม ขอบสีแดง มีเส้นทแยงสีแดงคาดทับสัญลักษณ์บนป้ายที่ปรากฎ ยกตัวอย่างเช่น

ห้ามผู้ขับขี่แซงในพื้นที่ที่ติดตั้งป้ายนี้

ห้ามผู้ขับขี่กลับรถไปทางขวา

ห้ามผู้ขับขี่เปลี่ยนรถไปช่องทางขวา

ห้ามผู้ขับขี่ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในพื้นที่ที่ติดตั้งป้ายนี้
1.3 ป้ายบังคับประเภทคำสั่ง
ลักษณะเป็นป้ายวงกลมพื้นสีน้ำเงิน มีสัญลักษณ์บนป้ายปรากฎให้ปฏิบัติตาม ตัวอย่างเช่น

ทางข้างหน้าเป็นทางเดินรถทางเดียว

ให้ผู้ขับขี่รถไปทางซ้ายของป้าย

ให้ผู้ขับขี่เลี้ยวรถไปทางขวาเท่านั้น ห้ามเลี้ยวซ้ายหรือตรงไป

ให้ผู้ขับขี่ขับรถตรงไปหรือเลี้ยวรถไปทางขวาเท่านั้น
1.4 ป้ายอื่น ๆ
ป้ายวงกลมสีขาว คาดกลางด้วยเส้นทแยงสีดำ 5 ขีด

หมดเขตบังคับตามความหมายของป้ายที่ติดตั้งก่อนหน้าที่จะถึงป้ายนี้
2. เครื่องหมายจราจรชนิดแผ่นป้ายเตือน
เป็นแผ่นป้ายสีเหลือง ทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มีสัญลักษณ์สีดำกำกับไว้แจ้งเตือนตามลักษณะของถนน ได้แก่ ทางโค้ง ทางแยก วงเวียน บริเวณที่ผิวจราจรแคบลง บริเวณที่ช่องจราจรลดลง สะพานแคบ สะพานเปิดได้ ทางข้ามทางรถไฟ ทางลอดต่ำและทางแคบ ทางลาดชัน สภาพผิวทางไม่ปกติ การเปลี่ยนช่องการเดินรถ ทางขนาน ทางร่วม จุดกลับรถ รถสวนทางกัน สัญญาณไฟจราจร หยุดข้างหน้าและใช้ทางข้างหน้า โรงเรียนและทางข้ามต่าง ๆ ระวังสิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้า เขตห้ามแซง สลับกันไป สิ่งกีดขวางหรือแนวทางต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น

ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งซ้าย


ทางข้างหน้าแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่านทั้งสองด้าน

ทางข้างหน้ามีรถเข้ามาร่วมในทางเดียวจากด้านซ้าย

ทางข้างหน้ามีโรงเรียนตั้งอยู่ข้างทาง ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังในการขับขี่
3. เครื่องหมายจราจรชนิดแผ่นป้ายแนะนำ
มีไว้เพื่อแนะนำทิศทางและระยะทางให้กับผู้ขับขี่ได้มุ่งสู่จุดหมายปลายทางได้ถูกต้อง และเป็นป้ายที่มีความจำเป็นต่อการเดินทางไปตลอดการขับขี่บนถนนอีกด้วย ตัวอย่างเช่น
4. เครื่องหมายจราจรชนิดเครื่องหมายพื้นทาง
เป็นการตีเส้นตามลักษณะต่าง ๆ มีทั้งบนถนนและบนฟุตบาท ประกอบด้วย สีขาว สีเหลือง สีแดง เพื่อใช้ควบคุมการจราจรให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยผู้ใช้ถนนควรศึกษาและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ตัวอย่างเช่น

เส้นทึบสีเหลืองคู่ แบ่งทางเดินรถ/ทางจราจรในทิศทางตรงกันข้าม หมายความว่าให้ขับรถไปตามด้านซ้ายของเส้น ห้ามมิให้ขับรถผ่านหรือค่อมเส้นโดยเด็ดขาด

แถบสีเหลือสลับขาว แสดงที่ขอบต้นหินหรือขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ หมายความว่าห้ามจอดรถทุกชนิดระหว่างแนว แต่หยุดรับส่งชั่วขณะได้

แถบสีขาวกว้าง และยาวหลาย ๆ แถบประกอบกันขวางทางเดินรถ หมายความว่าผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ช้าลง และพร้อมที่จะหยุดรถให้ทันท่วงที เมื่อมีคนเดินข้ามทาง ให้คนข้ามทางไปก่อน

ลักษณะเป็นแถบหรือเส้นทึบสีขาวหรือสีเหลือง ทแยงกับแนวทิศทางการจราจร หรือเป็นลักษณะก้างปลา และล้อมรอบด้วยเส้นทึบสีขาวหรือสีเหลือง หมายความว่าห้ามมิให้ขับรถล้ำเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเครื่องหมายจราจรทั้ง 4 ประเภท พี่เซฟอยากบอกว่า ยังมีป้ายอื่น ๆ ให้เรียนรู้กันอีกเพียบ ยังไงทุกครั้งในการใช้ถนนให้สังเกตและปฏับัติตามเครื่องหมายจราจรกันด้วยนะครับ หากมีป้ายหรือสัญลักษณ์ไหนไม่แน่ใจ ลองกลับมาถามพี่เซฟกันได้เลย
ที่มา: คู่มือเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย การคาดการณ์อุบัติเหตุ (Hazard Perception Training), หน้า 41-66