ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันการนำระบบออนไลน์มาใช้ในการจัดการเรื่องใบสั่งหรือใบขับขี่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการขับขี่ ในยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี
ที่บางครั้งพฤติกรรมการขับขี่ทำให้ต้องโดน “ใบสั่ง” แบบไม่ทันตั้งตัว เพราะในยุคนี้การทำผิดกฎจราจรไม่ได้ต้องรอให้ตำรวจโบกมือเรียกอีกต่อไป แค่ขับผ่านกล้อง (ไม่เฉพาะกล้องตรวจจับความเร็ว อย่างกล้องทางด่วนตรวจจับขับทับเส้นทึบ หรือ กล้องทางม้าลาย) และเจ้าหน้าที่นำข้อมูลเข้าสู่ระบบใบสั่งจราจรออนไลน์ (PTM) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็พร้อมส่ง “ใบสั่ง” เป็นของขวัญจากความเสี่ยงในการขับขี่ถึงหน้าบ้านแบบที่คุณได้แต่ยิ้มแห้งเลยทีเดียว! (โดย PTM เป็นระบบที่ตำรวจจะนำใบสั่งจราจรเข้าระบบ และบริหารจัดการ รวมถึงให้ ผู้โดนใบสั่งชำระได้)
จากรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย 2023 โดย กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2564-2566) การกระทำผิดกฎหมายจราจรที่ถูกบันทึกผ่านระบบ PTM มีจำนวนมหาศาล โดยในปี พ.ศ.2566 คดี “ขับรถเร็วเกินกำหนด” ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 คิดเป็น 66.60% ของคดีทั้งหมด ซึ่งแม้จะลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 39.12% ส่วนอันดับ 2 คือ “ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่“ คิดเป็น 12.87% ของคดีทั้งหมด และตามมาด้วยอันดับ 3 “ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร“ ที่ 9.81%
ส่วนคดีอื่น ๆ ถึงแม้อัตราการฝ่าฝืนจะดูน้อยกว่าอันดับแชมป์แบบลิบลับ แต่เมื่อเจาะดูตัวเลขจริง ๆ ก็ยังคงมีคดีเกิดขึ้นเป็นหลักแสนหลักล้านอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็น ไม่มีใบขับขี่ ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ไม่สวมหมวกกันน็อก มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เมาแล้วขับ ย้อนศร แซงในที่คับขัน และใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่
จากระบบ PTM ซึ่งใช้ในการบันทึกข้อมูลใบสั่งจราจร พบว่าการกระทำผิดกฎจราจรโดยรวมมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจำนวนคดีโดยรวม กลับพบว่ายังคงมีผู้กระทำผิดกว่า 9 ล้านครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และผู้ใช้รถใช้ถนน แม้ว่าการบังคับใช้กฎหมายจะมีส่วนช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยง แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคงเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ถนนเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
ใบสั่งมาถึงบ้านได้ยังไง!
- ระบบออนไลน์แบบเรียลไทม์: ทุกการกระทำผิดสามารถบันทึกได้ทันที ผ่านกล้องตรวจจับความเร็วและระบบเซ็นเซอร์ตามจุดต่าง ๆ ทั่วประเทศ (พิจารณาอาจขึ้นอยู่กับที่ ตำรวจ นำข้อมูลเข้าระบบ)
- ฐานข้อมูลเชื่อมโยงกัน: ไม่ว่ารถจะจดทะเบียนจังหวัดไหน ระบบ PTM ก็สามารถดึงข้อมูลเจ้าของรถและส่งใบสั่งถึงบ้านได้อย่างแม่นยำ
- ไม่มีข้อยกเว้น: ไม่ว่าจะเป็นรถหรูหรือมอเตอร์ไซค์ธรรมดา ระบบไม่เลือกปฏิบัติ ใครทำผิดกฎ = โดนใบสั่งเท่าเทียมกัน
จะป้องกันไม่ให้โดนใบสั่งได้อย่างไร?
- ขับขี่ไม่เกินความเร็วที่กฎหมายกำหนด: เพราะกล้องตรวจจับความเร็วมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เห็นใบสั่งมาเร็วขนาดนี้ พี่เซฟหวังว่าทุกคนจะขับรถกันให้ช้าลงหน่อย ให้ถูกต้องตามกฎหมายก็จะดีที่สุดนะ
- ตรวจสอบสถานะใบขับขี่และเอกสารให้ครบถ้วน: เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนปรับข้อหาไม่มีใบขับขี่ ควรเก็บเอกสารการขับขี่ทุกอย่างไว้ที่ตนเองหรือพาหนะประจำตัว เผื่อกรณีโดนเรียกใด ๆ จะได้ชี้แจงเจ้าหน้าที่ได้ถูกต้อง ไม่งั้นเดี๋ยวมีความผิดเพิ่ม!
- ไม่ฝ่าไฟแดงเด็ดขาด: แม้จะเห็นเพื่อนร่วมถนนขับฝ่ามากี่แยก หรือแหกมากี่โค้งก็ตาม อย่าคิดว่าไม่มีใครเห็นนะ! กล้องจราจรจับภาพได้แน่นอน หากฝ่าไฟแดงเมื่อไหร่ล่ะก็ เจอใบสั่งที่บ้านกันได้เลย เพราะการฝ่าไฟจราจรนี่คือจุดเริ่มต้นของใบสั่งถึงบ้านอันแสนจะง่ายดายเลยนะ อย่าหาทำ!
สุดท้ายนี้ คำแนะนำง่าย ๆ สำหรับพี่เซฟของเรื่องนี้ คือ “ขับรถให้ถูกต้องตามกฎจราจร” นี่คือวินัยขั้นต้นที่ง่ายที่สุดบนท้องถนนแล้ว เพราะมันไม่ใช่แค่ป้องกันใบสั่งเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะชีวิตจริงมันไม่มีมานั่งเริ่มใหม่เมื่อทำพลาด และบางครั้งใบสั่งที่ว่าเร็วนัก ยังใจดีกว่าเจ้ากรรมที่หากตามทันเข้าเมื่อไหร่ล่ะก็ มันจะมาถึงแบบไม่ทันตั้งตัวเอานะ!
ที่มา:
– สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย 2023, กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, หน้า 29 https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1587620240712091713.pdf
– สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, https://bit.ly/4hmg8Yc