เดือนแห่งความรัก เชื่อว่าเดือนนี้ก็คงบอกรักแฟนกันฉ่ำเลยมะครับ 555+ แต่ ๆๆๆ ความรักไม่ได้มีเพียงแค่ฉันและเธออย่างเดียวนะครับ มีความรักล้อมรอบตัวเราอยู่มากมายไม่ว่าจะความรักจากพ่อแม่ เพื่อนฝูง ญาติมิตร รวมถึงความรักของครูที่มีต่อนักเรียน
วันนี้ก็เลยเอา เสียงครูที่อยากบอกนักเรียนที่รัก เรื่อง “ขับขี่ปลอดภัย ลดเสี่ยงลดเจ็บ” มาให้ได้ฟังกันครับ
ครูเต้ย สุนทร ชุมศรี
โรงเรียนเมืองพาลุกากรภูมิ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร
“ผมใช้เครื่องมือของ “ขับขี่ศึกษา” เป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับนักเรียนของผม และบอกต่อให้ผู้ปกครองได้ตระหนักถึงการขับขี่ปลอดภัยขณะที่มารับส่งนักเรียน”
ซึ่งจากที่เห็นพฤติกรรมของนักเรียนหลังจากเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนแล้ว เวลานักเรียนทำอะไรจะมีสติมากยิ่งขึ้น และนำหลักการมองขวามองซ้ายก่อนข้ามถนนไปใช้เสมอ มีการพาน้อง ๆ นักเรียน ปฏิบัติตนให้ปลอดภัยในข้ามถนนด้วย นอกจากนี้ยังมีการเตือนเพื่อนที่ไม่ปฏิบัติตามความปลอดภัย
ปัจจุบันที่โรงเรียนมีการรณรงค์ให้นักเรียนและผู้ปกครองขับขี่อย่างปลอดภัย
มีการสอนและประยุกต์ใช้ในรายวิชาต่าง ๆ อาทิ วิชาสุขศึกษา ที่พูดถึงความปลอดภัยเมื่อสวมหมวกกันน็อกทั้งที่ขี่ และซ้อน, วิชาสังคมศึกษา ก็มีการสอดแทรกเนื้อหากฎหมายจราจรและเคารพกรอบกติกาในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น วิชาศิลปะ มีการทำกิจกรรมวาดภาพเกี่ยวกับถนนปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ พร้อมกับชวนนักเรียนคุยว่าหากไม่มีอุบัติเหตุเลย ถนนในชุมชนจะเป็นอย่างไร เพื่อทำให้พวกเค้าได้มีจินตนาการ และอยากจะร่วมสร้างถนนแห่งความปลอดภัยไปด้วยกัน
ทุกวันนี้รู้สึกภูมิใจ เพราะได้เห็นนักเรียนทุกคนมาเรียนทุกวันด้วยความปลอดภัย นักเรียนทุกคนมีทักษะเรื่องความปลอดภัยทางถนน ไม่เสี่ยง ไม่เจ็บ ไม่เกิดอุบัติเหตุ และได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างสังคมให้มีแต่ความปลอดภัยทางถนนต่อไป
อาจารย์ดา ธิดารัตน์ ไชยยาสืบ
กองพัฒนานักศึกษา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
“มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มีรูปแบบการจัดการเรียนการสอน ใน 2 กลุ่มค่ะ คือ
1.กลุ่มนักเรียนเตรียมอนุบาล จนถึงระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง โดยมีแนวการเรียนการสอนเรื่องความปลอดภัยทางถนน ผ่านเกม และกิจกรรมสนุก มีการใช้สื่อที่ดึงดูด เช่น ภาพการ์ตูน, เพลง, และนิทานที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับขับขี่ปลอดภัย กิจกรรมจัดเวิร์กช็อปที่เกี่ยวกับการขี่จักรยานอย่างปลอดภัย
2. กลุ่มนักศึกษา ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก ในมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง โดยมีแนวการเรียนทั้งในการวิเคราะห์กรณีศึกษาเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งเป็นการเรียนรู้เชิงลึก พร้อมอบรม ฝึกปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาทักษะของการขับขี่ปลอดภัย
ทั้งนี้มีการบรรจุ เรื่อง“ความปลอดภัยทางถนน : Road Safety” ในหลักสูตรการเรียนการสอน เช่น วิชาสังคมศึกษา วิชาสุขศึกษา หรือการแนะแนว รวมถึงได้นำเอากิจกรรม “ขับขี่ศึกษา” มาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเรียน เช่น การสอนเรื่องป้ายจราจรและการปฏิบัติตนบนท้องถนน และยังมีชมรม “ชมรมถนนปลอดภัยมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง” เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา มีส่วนร่วมในการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย สร้างแกนนำในการขับเคลื่อนกิจกรรมโครงการที่เกี่ยวข้องในการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย”
“ทุกวันนี้ตัวเองมีความภาคภูมิใจ ที่ได้มีบทบาทในการสื่อสารและให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนน “ลดเลี่ยงลดเจ็บ” เพราะคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจะช่วยรักษาชีวิตของนักเรียน ครอบครัว และคนในชุมชนได้ เชื่อว่าเราไม่ใช่แค่สอนให้นักเรียน นักศึกษาได้เข้าใจกฎจราจร แต่ยังเป็นการช่วยปลูกฝังความคิดและพฤติกรรมที่ดีตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนน
อย่างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักศึกษาเอง ก็ช่วยสร้างรอยยิ้มให้ตัวเองเป็นอย่างมาก เช่น การเห็นนักศึกษาขับขี่จักรยานยนต์และสวมหมวกกันน็อกเสมอ นักเรียนจะใช้ทางม้าลาย ข้ามถนนที่มีไฟจราจร การเคารพกฎจราจร ขับรถตามความเร็วที่กำหนด งดใช้โทรศัพท์ขณะเดินหรือขับขี่ เพราะตัวเองอยากเห็นชุมชน เป็นชุมชนที่ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยทางถนน มีการช่วยเหลือกันและเคารพกฎจราจรเพื่อสร้างพื้นที่ที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตและเดินทางได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย “ลดเลี่ยงลดเจ็บ” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นวัฒนธรรมของชุมชนที่ยั่งยืน”
ครูเอ็ม ชยพล อยู่สุข
ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านหนองบัวทอง สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3
“ด้วยโรงเรียนที่ผมสอนอยู่เป็นโรงเรียนที่อยู่นอกเมือง นักเรียนจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องการขับขี่มากนัก หลังจากที่ได้นำ “ขับขี่ศึกษา” เข้ามาบูรณาการในชุมนุม “โรงเรียนหัวแข็งครูสร้างได้” นักเรียนมีความรู้ในการขับขี่เพิ่มมากขึ้นจากเดิม 10% เป็น 90% ส่วนอีก 10% ที่เหลือยังติดอยู่กับความรู้เดิมจากที่ ตา ยาย พ่อ แม่ สอนมา รวมไปถึงนักเรียนสามารถนำความรู้ไปแจ้งบอกผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่งด้วย”
“ปัจจุบันทางโรงเรียนมีแผนการเรียนการสอนเรื่องการขับขี่ปลอดภัย ประกอบด้วย
1. แต่งตั้งคณะกรรมการทำงานด้านนี้โดยตรง
2. ทำการสำรวจพฤติกรรมของนักเรียนหรือผู้ปกครองที่ไม่สวมหมวกกันน็อกเมื่อขับขี่
3. เตรียมความพร้อมการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบอินโฟกราฟิกติดตามอาคารสถานที่ และในชุมชน, สื่อออนไลน์ทางเพจ Facebook ของทางโรงเรียน กิจกรรมมอบเกียรติบัตรยกย่องผู้ที่สวมหมวกกันน็อกที่ถูกต้องและเป็นประจำทุกเดือน, กิจกรรมบันทึกสถิติการสวมหมวกกันน็อกของนักเรียนด้วย “สมุดขับขี่ปลอดภัย”, การทำข้อตกลง MOU กับผู้นำชุมชน, นำสื่อการสอน “ขับขี่ศึกษา” จัดการเรียนการสอนในรายวิชาสังคมศึกษา และวิชาสุขศึกษา, จัดให้มีกิจกรรมยืมหมวกกันน็อกให้น้องใส่”
“ทุกวันนี้ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ ที่เราต้องดูแลนักเรียนของเราให้มีความปลอดภัย อย่างน้อยเป็นการให้ความรู้ และปฏิบัติเป็นแบบอย่าง และเกิดความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการสื่อสารการขับขี่ปลอดภัย “ลดเลี่ยงลดเจ็บ”
ครูแจ๊ค กิตติศักดิ์ โชติช่วง
ครูประจำหลักสูตร EEP (Extra English Program) ระดับ ม.ต้น & หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ (English for Business) ม.ปลาย โรงเรียนตรังคริสเตียนศึกษา จังหวัดตรัง
“ก่อนหน้านี้นักเรียนมีความเข้าใจว่าการเดินข้ามถนนตามสัญญาณธงอย่างไรก็ได้แค่นี้ก็ปลอดภัยแล้ว แต่ลืมไปว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเดินข้ามถนน คือการไม่โฟกัสการข้ามถนน เช่น เล่นกัน หรือ เล่นโทรศัพท์ เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้วิชา “ขับขี่ศึกษา” พวกเค้าเกิดการเรียนรู้เรื่องจราจรมากขึ้น และมีการปรับพฤติกรรมด้วยการลดใช้โทรศัพท์ (ทั้งพิมพ์ข้อความ การจ้องมองโทรศัพท์หรือ การโทรคุย) ในขณะที่ข้ามถนน และลดการหยอกล้อกันช่วงข้ามถนนทำให้นักเรียนโฟกัสกับสิ่งรอบตัว เช่น สัญญาณธงให้รถหยุด การหยุดของรถและการเดินข้ามถนนตามลำดับอย่างต่อเนื่อง”
“ปัจจุบันโรงเรียนตรังคริสเตียนศึกษามีการจัด “โครงการก้าวข้ามอย่างปลอดภัย 0% อุบัติเหตุ” โดยเป็นการทำงานของครู และสภานักเรียนของโรงเรียน เช่น การติดตั้ง Smart traffic light (ไฟจราจรแบบสมาร์ทด้วยพลังงานจากแสงอาทิตย์) เพื่อให้รถชะลอจำนวน 2 เสา, การประชาสัมพันธ์ “ขับขี่ปลอดภัย” หน้าโรงเรียน, การสร้างความตระหนักรู้เรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับการข้ามถนนหน้าโรงเรียน โดยมีการจัดบอร์ดและจะมีสื่อที่จะประชาสัมพันธ์ผ่านทางไลน์และเฟซบุ๊กของโรงเรียน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงให้ความรู้กับนักเรียนเท่านั้น แต่ผู้ปกครอง และชุมชนเองก็ได้เรียนรู้ไปด้วยกัน”
“ทุกครั้งที่ผมเห็นนักเรียนทุกคนมาเรียน แปลว่าพวกเค้าปลอดภัยจากการเดินทาง ผมเองก็มีความสุข รู้สึกว่าเราได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมโรงเรียนแม้ว่าจะเป็นสัมคมที่ไม่ใหญ่มาก แต่สามารถปลูกฝังพฤติกรรมการข้ามถนนอย่างปลอดภัย “ลดเลี่ยงลดเจ็บ” ให้กับนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมปลาย รวมถึงผู้ปกครองที่สัญจรไปมาทุกเช้าและเย็นที่ได้รับการสร้างการตระหนักในการขับขี่อย่างปลอดภัยเพื่อความปลอดภัยของบุตรหลาน โดยสิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในการเปลี่ยนแปลงสังคม”
นี่เป็นเสียงของครูที่รักนักเรียนทุกคน เพราะการที่นักเรียนมาอยู่ในห้องเรียน โรงเรียน มหาวิทยาลัย นั่นหมายถึงว่าตลอดเส้นทางกลับบ้านเมื่อวาน และจากบ้านมาเช้านี้ นักเรียนได้ผ่านการขับขี่ที่ปลอดภัย ไกลเสี่ยง ไกลเจ็บ รู้แบบนี้แล้ว! ทนครูบ่นกันหน่อยนะครับ เพราะเสียงบ่น เสียงบอกเรา คือเสียงจากครูที่รักเราครับ
พี่เซฟก็รักครูด้วยเหมือนกันครับ 🙂