5 เคล็ดลับรู้ทันสถานการณ์ความเสี่ยงทางถนน

5 เคล็ดลับรู้ทันสถานการณ์ความเสี่ยงทางถนน
670

Share on

รู้หรือไม่? “ทุก ๆ 1 ชั่วโมง มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยถึง 2 คน”1 สาเหตุสำคัญเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎจราจร ขาดการคาดการณ์ความเสี่ยง ตัดสินใจพลาด หรือควบคุมรถผิดพลาด การกระทำที่ไม่ปลอดภัยนี้ แลกมาด้วยการบาดเจ็บและสูญเสียที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

จะดีกว่าไหม? หากพวกเราขับขี่แบบ “รู้ทัน” สถานการณ์ความเสี่ยงทางถนน “เท่าทัน” อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ต้องโกงความตาย เพราะเราป้องกันภัยได้ก่อน ด้วย 5 เคล็ดลับที่ทุกคนนำไปปรับใช้ได้เลย2

1.เตรียมพร้อมก่อนสตาร์ท “กายพร้อม ใจพร้อม รถพร้อม”

  • กายพร้อม : นอนหลับให้เพียงพออยู่เสมอ 7-9 ชั่วโมง ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล ไม่ทานยาที่ทำให้ง่วงซึม เช่น ยาลดน้ำมูก ยาแก้ภูมิแพ้ ก่อนออกเดินทาง
  • ใจพร้อม : เตรียมเพลง น้ำดื่ม ของทานเล่น หรือผลไม้รสเปรี้ยว ไว้เปิดฟังและหยิบทานได้สะดวกบนรถ ช่วยกระตุ้นให้สมองตื่นตัว และควบคุมอารมณ์ได้ดีตลอดการเดินทาง
  • รถพร้อม : ตรวจเช็กและเตรียมสภาพรถให้พร้อมก่อนเดินเครื่องอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเบรก ระบบไฟ น้ำมันเครื่อง ลมยางรถ เป็นต้น

2.เปิดโหมด “รับรู้” สถานการณ์รอบรถ ตลอดการขับขี่

เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ “การขับดี ขับขี่ถูกต้องของเรา ไม่ได้การันตีความปลอดภัยได้ 100%” เพราะอาจมีมอเตอร์ไซค์ขี่ปาดหน้าจนเราเบรกไม่อยู่, รถบรรทุกที่พุ่งข้ามฝั่งมาจากอีกเลน, เด็ก ๆ ที่เผลอเล่นวิ่งเข้ามาบนถนน, รถคันข้างหน้าที่เบรกกะทันหัน เป็นต้น ดังนั้นการรับรู้สถานการณ์รอบรถเอาไว้ด้วย “การมอง” และ “การได้ยิน” จะเป็นเรดาร์ตรวจจับอันตรายทางถนน ช่วยให้เราคาดการณ์ความเสี่ยงทางถนน และตัดสินใจหลบหลีกได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

การมองและการได้ยินคาดการณ์ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นขณะเดินทาง ไม่ปล่อยใจลอย กลับมาโฟกัสที่สายตาและการได้ยิน ไม่ว่าจะขับขี่อยู่บนถนน เดินบนฟุตบาท หรือก้าวข้ามบริเวณทางม้าลาย ดวงตาและหูของเราจะช่วยรับข้อมูล ประมวลผลไปยังสมอง และตัดสินใจได้อย่างปลอดภัย เช่น เสียงแตรรถที่เตือนถึงอันตราย เสียงรถบิ๊กไบค์ที่ขี่ตามหลังมาอย่างรวดเร็ว เสียงเครื่องยนต์ของรถเราที่ดังผิดปกติ รวมถึงการมอง ที่ผู้ขับขี่รถควรมองทั้งระดับ ใกล้ – กลาง – ไกล, มองกระจกข้าง ซ้าย-ขวา, กระจกมองหลัง, มองให้ออกว่าจุดนี้เป็นจุดอับอุดบอดของรถ

ข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้อง

ประเมินความเสี่ยง เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ขับรถอยู่ดี ๆ ฝนก็เทลงมา ควรลดความเร็วลง และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น (4-5 วินาที), ขับรถเข้าทางด่วน รถส่วนใหญ่ใช้ความเร็วสูง ควรเปิดไฟเลี้ยวส่งสัญญาณล่วงหน้า และมีระยะห่างพอก่อนเปลี่ยนเลน, ขับรถผ่านหน้าโรงเรียนช่วงหลังเลิกงาน ควรเพิ่มความระมัดระวัง ชะลอรถ และหยุดให้นักเรียนหรือคนข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย, ข้างหน้ามีการซ่อมถนน เสียช่องทางเดินรถไป 1 ช่อง ควรมองเห็นได้ตั้งแต่ไกลเพื่อเปลี่ยนเลนได้ล่วงหน้า ทั้งนี้ยังสถานการณ์ทางถนนอีกมากที่ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเรา ๆ ต้องมองให้ขาด อ่านบริบทให้ออก ตัดสินใจได้เฉียบ! (ปลอดภัย)

3.“มีแผนรับมือ” เหตุการณ์ฉุกเฉินทางถนนได้ทันท่วงที

ขึ้นชื่อว่า “อุบัติเหตุ” แล้วนั้น มีโอกาสขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เพิ่มดีกรีความรุนแรง เช่น ติดอยู่บนรถบัสเกิดไฟรุกไหม้, ติดอยู่ในรถที่กำลังจะจมน้ำ, รถที่ขับมาเกิดเบรกแตก, คนโดนรถชนบาดเจ็บต้องการการปฐมพยาบาลเร่งด่วน ซึ่งผู้ใช้รถและผู้โดยสารควรศึกษาแนวทางรับมือ อุปกรณ์ช่วยเหลือ เช่น ค้อนทุบกระจก รวมถึงเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ใช้ยามจำเป็น

ข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้อง

4. “ลดเสี่ยง เลี่ยงตุย” ตระหนักรู้และเลือกพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย

ขับขี่เร็วเกิน ดื่มแล้วขับ ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เล่นโทรศัพท์ขณะขับขี่ เปลี่ยนเลนกระชั้นชิด ขี่รถย้อนศร ฯลฯ ตัวอย่างพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเสี่ยงอันตราย หลายคนรู้แต่กลับทำ เพราะคิดว่าไม่เป็นไร ให้ดีคนใกล้ตัวควรเข้ามาช่วย ให้พวกเขาเกิดความตระหนักรู้ด้วยแนวทางเชิงสร้างสรรค์ ช่วยกันส่งเสริมพฤติกรรมขับขี่ปลอดภัยที่ทำได้ง่าย ทำได้บ่อยจนเกิดเป็นนิสัย กลายเป็นคนที่ เพื่อน ครอบครัว หรือชุมชนยอมรับ

ข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้อง

5. มี “สติ” ให้อยู่กับตัวขณะเดินทางเสมอ

ลดการคิดถึงเรื่องราวในอดีต เรื่องราวในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง พาใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน อยู่ในรถที่เรากำลังขับขี่ มือที่ควบคุมพวงมาลัยหรือแฮนด์รถ สายตาที่มองไปข้างหน้า เสียงที่ได้ยิน เท้าที่เหยียบเบรก หรือคันเร่ง ล้วนพาให้เรากลับมามีสติอีกครั้ง แม้ว่าช่วงแรก ๆ ที่ฝึก สติอาจจะหลุดบ่อยหน่อยก็ไม่เป็นไร การเรียกสติ รู้เนื้อ รู้ตัว อยู่เรื่อย ๆ จะช่วยขับขี่และรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ทางถนนได้ดีขึ้น

ข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้อง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเคล็ดลับดี ๆ ที่พี่เซฟนำมาฝาก ที่อยากให้นำไปปรับใช้ในทุก ๆ ครั้งที่ออกเดินทางนะครับ เพื่อเป็นการฝึกและเก็บประสบการณ์ รู้ทันสถานการณ์ทางถนนได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดการเรียนรู้ของพวกเราครับ

ที่มา:

1ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน, https://www.thairsc.com/

2คู่มือส่งเสริมการเรียนรู้ ความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน (หน้า 17), กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

812
“ความปลอดภัยทางถนน ต้องเริ่มจัดการที่ระบบ ควบคู่กับการให้ความรู้ และปลูกจิตสำนึก” เสียงจากแพทย์ผู้ปูทางขับขี่ปลอดภัยในไทย
577
ง่วง…หลับ…และตกจากเบาะหลัง ทุกเย็นหลังเลิกเรียน ภาพที่คุ้นตาคือ เด็กประถมสะพายเป้ใบใหญ่ ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของพ่อแม่กลับบ้าน
926
การทัศนศึกษาคือวันที่เด็ก ๆ รอคอย! เพราะเป็นโอกาสให้พวกเขาได้ออกไปเปิดโลก เรียนรู้นอกห้องเรียน

สนับสนุนโดย

บริหารจัดการโดย

ติดตามข่าวสารของเรา

Loading

© Copyright 2022 Safe Education Thailand. All rights reserved.